โรคของปลากัด และ วิธีการรักษา

โรคของปลากัด ที่พบได้ทั่วไป และ วิธีการรักษาในเบื้องต้น โดยโรคต่างๆ และ วิธีการักษาตัวผู้เขียนบทความไม่ได้พบเจอ และ ไม่ได้รักษามาทุกโรค เพียงแต่ได้รวบรวมข้อมูลมาจากแหล่งต่างๆ เพื่อแบ่งปัน และ ได้ให้เครดิตแหล่งที่มาของข้อมูลไว้ท้ายบทความนี้แล้ว

1. โรคจุดขาว

โรคของปลากัด

จะเป็นจุดขาวๆ บริเวณตัว ปลากัด

การรักษา

  1. ใช้เมททีลีน บลู หยดลงในน้ำจำนวน 5 หยด / น้ำ 4.5 ลิตร ทำซ้ำเป็นเวลา 1 – 2 วัน
  2. ใช้ยาแอนตีไบโอติค 50 มิลลิกรัม / น้ำ 4.5 ลิตร
  3. ใช้มาลาไคร์กรีน โดยใช้สารละลายยา 1 – 2 ซี.ซี. / น้ำ 1 ลิตร นำมาแช่ปลา 3 วันจึงเปลี่ยนน้ำ

2. โรคสนิม

โรคของปลากัด

โรคนี้จะมีละอองสีเหลืองคล้ายกำมะหยี่ เกาะตามผิวหนัง ลำตัว และ เหงือกของปลาจนทั่วตัว ต่างกับโรคจุดขาวคือ มีสีเหลืองเล็กและเข้มกว่า

การรักษา

  1. ใช้เกลือแกงเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ แช่ปลาไว้นาน 24 ชั่วโมง ควรทำซ้ำทุก 2 วัน 
  2. ใช้เมททีลีน บลู อัตรา 10 หยด / น้ำ 4.5 ลิตร ประมาณ 2 สัปดาห์
  3. ใช้ยาเหลือง (Acriflavine) 4 มิลลิลิตร / น้ำ 4.5 ลิตร และ ทำซ้ำจากครั้งแรก 1 สัปดาห์ 
  4. ยา Antibiotic ใช้เหมือนกับโรคจุดขาว

3. โรคเชื้อรา

โรคของปลากัด

โรคนี้เกิดต่อเมื่อปลาได้รับบาดเจ็บ หรือ อ่อนแอ ปลาจะมีลักษณะผิวเป็น ปุย สีขาว คล้ายสำลีตามลดตัว หรือ อาจมีเส้นราเกิดขึ้น ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันที ราจะกระจายและทำอันตรายเนื้อเยื่อของปลา และ อาจถึงตายได้

การรักษา

  1. ใช้ “มาลาไคท์ กรีน ” เข้มข้น 600 ppm. หรือ 1 : 15,000 และนำมาแช่ปลา 30 นาที ถ้าไม่หายก็ทำซ้ำอีก  
  2. ใช้เกลือแกงค่อยๆ ใส่ลงในน้ำ ปลาจะทนความเข้มข้นได้ 0.5 เปอร์เซ็นต์ โดยเติมสารละลายเกลือ 1 ช้อนชา / น้ำ 4.5 ลิตร ทุก 2 – 3 ชั่วโมง จนครบ 5 ช้อนพอดี จึงหยุดเพิ่มความเข้มข้นของเกลือแกง ในน้ำ ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 วัน

4. โรคราที่ปาก

โรคของปลากัด

โรคนี้เกิดจากแบคทีเรียบริเวณปาก และ กระจายไปอย่างรวดเร็ว ลักษณะเป็นเส้นสีขาว และ ดำรอบริมฝีปาก ทำให้ปลาไม่ยอมกินอาหาร เนื่องจากปลาเจ็บปาก และ เป็นไข้

การรักษา

  1. ใช้ยา เพนนิซิลิน 100,000 หน่วย / น้ำ 4.5 ลิตร 
  2. ใช้ยา Antibiotic ที่ใช้กับโรคจุดขาวก็ใช้ได้
  3. ใช้ยา เพนนิซิลิน ยานี้จะไม่เป็นอันตรายต่อปลา และ สะดวกต่อการใช้ ถ้ายังไม่หายให้เพิ่มอัตราการใช้เป็น 200,000 หน่วย / น้ำ 4.5 ลิตร ปลาจะหายภายในไม่กี่วัน 

5. โรคครีบเปื่อยหางเปื่อย

โรคของปลากัด

โรคนี้จะแสดงอาการได้ชัด คือเห็นว่าครีบ และ หางขาด และ อาจลามถึงโคนทำลายเนื้อเยื่อบริเวณโคนหาง

การรักษา

  1. โดยให้ปลาได้รับ Acration ร่วมกับการใช้ยา เพนนิซิลิน 15,000 หน่วย / น้ำ 1 แกลลอน

6. โรคท้องมาร

โรคของปลากัด

โรคนี้เนื่องมาจากเชื้อไวรัส ปลาที่เป็นโรคท้องมารเกล็ดจะชี้ตั้งขึ้น ส่วนท้องจะบวมเนื่องจากมีของเหลวภายในช่องท้อง 

การรักษา

  1. ใช้ Chloromycatic ใส่ในน้ำ 50 – 100 mg. / น้ำ 4.5 ลิตร
  2. ใช้ Para – chlorophenoxethol เข้มข้น 1.20 ลิตร / น้ำ 4.5 ลิตร ค่อยๆ ใส่จนถึง 24 ชั่วโมง
  3. โดยการเจาะลำตัวปลาบริเวณเหนือช่องเปิด แต่การรักษาโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ อย่าให้ถูกอวัยวะภายในเป็นอันขาด

7. โรคตาโปน

โรคของปลากัด

โรคนี้เกิดจาก แบคทีเรีย หรือหลังจากการได้รับบาดเจ็บเป็นรอยถลอกบริเวณใกล้ๆนัยน์ตา ตาจะปูดบวมขึ้นมา และ โปนกว่า ปกติมาก

การรักษา

  1. โดยการจับปลาไปแช่ไว้ในน้ำที่มีใบหูกวาง 2 – 3 วัน อาการตาปูดก็จะหายไป อนึ่งยางของใบหูกวางที่ละลายอยู่ในน้ำจะช่วยรักษาแผลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี 

8. โรคเชื้อแบคทีเรีย

โรคของปลากัด

โรคนี้มีอาการปรากฎคือ มีอาการท้องบวม และ มีของเหลวในช่องท้องมาก แต่ไม่มีอาการเกล็ดตั้งขึ้น

การรักษา

  1. แช่ไว้ในยาปฏิชีวนะเช่น ออกซิเทตราไซคลินหรือคลอแรมฟินิคัล ที่มีความเข้มข้น 10-20 ส่วนในล้านส่วนและต้องเปลี่ยน น้ำยาแช่ใหม่ทุกวันและเติมยาให้มีความเข้มข้นเท่าเดิมทุกครั้ง โดยแช่ติดต่อกัน 3-5 วัน

9. โรคสีลำตัวซีด

โรคของปลากัด

โรคนี้เกิดจากมีสัตว์เซลล์เดียวมาเกาะ ทำให้ปลามีการขับเมือกออกจากตัวมากผิดปรกติ ปลาจะมีสีซีด

การรักษา

  1. เช่นเดียวกับการรักษาโรคจุดขาว

10. โรคปรสิต(พยาธิใบไม้ และ หนอนสมอ)

โรคของปลากัด

มักพบตามตัว เหงือก ครีบ มีลักษณะคล้ายเส้นด้ายสั้นๆ ส่วนหนอนสมอ จะเห็นเป็นเส้นด้ายสั้นเกาะอยู่ตามผิวตัว ทำให้ปลาแคระแกรนและอาจตายในที่สุด

การรักษา

  1. ใช้ด่างทับทิมละลายในน้ำให้มีความเข้มข้น 2 ppm. / น้ำ 1 ลิตร
  2. ใช้กรดน้ำส้มเข้มข้น 1 : 500 แช่ปลานาน 20 วินาที และจะทำซ้ำหลังจากนั้น 3 วันก็ได้
  3. ใช้ฟอร์มาลิน 20 หยด / น้ำ 4.5 ลิตร แช่ปลานาน 5-10 นาที

เครดิตบทความ โรคของปลากัด

ช่วยแชร์ด้วยน่ะครับ
Shopping Cart