สายพันธุ์ปลากัด hmpk

สายพันธุ์ปลากัด แยกตามลักษณะ

1. สายพันธุ์ปลากัด จีน

สายพันธุ์ปลากัด จีน

สายพันธุ์ปลากัด ลำดับแรกเป็นชื่อที่เรียกปลากัดครีบยาวมาช้านาน เข้าใจว่าอาจจะมาจากลักษณะครีบที่ยาว รุ่ยร่าย สีฉูดฉาด เหมือนงิ้วจีน ปลากัดจีนมีลักษณะสายพันธุ์ที่พัฒนามาจากปลากัดลูกหม้อ โดยผสมคัดพันธุ์ให้ได้ลักษณะที่มีครีบและหางยาวขึ้น ความยาวของครีบหางส่วนใหญ่จะยาวเท่ากับ หรือมากกว่าความยาวของลำตัว และ หัวรวมกัน และ มีการพัฒนาให้ได้สีใหม่ๆ และ สวยงาม โดยนักเพาะเลี้ยงปลากัดชาวไทย ซึ่งได้พัฒนาสายพันธุ์สำเร็จมาช้านาน ก่อนที่ปลากัดจะถูกนำไปเลี้ยงในต่างประเทศ แต่ไม่มีการบันทึกไว้ว่า การพัฒนาปลากัดสายพันธุ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ปลากัดชนิดนี้เป็นชนิดที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามแพร่หลายไปทั่วโลก และ ได้มีการนำไปพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะใหม่ๆ ออกมาอีกมากมาย

2. สายพันธุ์ปลากัด ป่า หรือ ปลากัดลูกทุ่ง

โรคของปลากัด

เป็นปลากัดที่พบในแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามท้องนา และ หนองบึง เป็นปลาขนาดเล็กที่ไม่มีลักษณะเด่นมากนัก ส่วนมากครีบ และ หางมีสีแดงเกือบตลอด มีประสีดำบ้างเล็กน้อย บางทีอาจมีแต้มสีเขียวอ่อนๆ เรียงต่อกันเป็นเส้นสีเขียวๆ ที่ครีบหลัง เวลาถอดสี ทั้งตัว และ ครีบจะเป็นสีน้ำตาลด้านๆ คล้ายใบหญ้าแห้ง ในปัจจุบันคำว่า ปลากัด ป่า หมายความ รวมถึงปลากัดพื้นเมืองภาคอีสาน ปลากัดพื้นเมืองภาคใต้ และ ปลากัดป่ามหาชัย ด้วย

3. สายพันธุ์ปลากัดสังกะสี และ ปลากัดลูกหม้อ

สายพันธุ์ปลากัด ลูกหม้อ

เป็นปลากัดที่นักเพาะพันธุ์ปลาได้นำมาคัดสายพันธุ์ โดยมุ่งหวังที่จะได้ปลาที่กัดเก่ง จากบันทึกคำบอกเล่าของ หลวงอัมรินทร์สมบัติ (ครอบ สุวรรณนคร) ซึ่งเป็นนักเลงปลาเก่าเชื่อว่า ปลาสังกะสี และ ปลาลูกหม้อ น่าจะได้รับการพัฒนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2430 โดยท่านจำได้ว่าก่อนหน้านั้นยังต้องจับปลาป่ามากัดพนันกันอยู่ ต่อมานักเลงปลาบางคนก็เริ่มใช้วิธีไปขุดล้วงเอา ปลาป่า ที่อาศัยอยู่ตามรูในฤดูแล้ง มาขังไว้ในโอ่ง และ เลี้ยงดูให้อาหาร พอถึงฤดูฝน ก็นำมากัดพนันกับปลาป่า ซึ่งส่วนใหญ่จะสู้ปลาขุดที่นำมาเลี้ยงไว้ไม่ได้ การเล่นปลาขุดยังนิยมเล่นกันมาถึงประมาณ พ.ศ. 2496 หลังจากนั้นมีการเก็บปลาที่กัดเก่งเลี้ยงไว้ข้ามปี และ หาปลาป่าตัวเมียมาผสม ลูกปลาที่ได้จากการผสมในชุดแรกเรียกว่า ปลาสังกะสีสีแดง หรือ ปลากัดสังกะสี ปลาสังกะสีที่เก่ง อดทน สวยงาม ก็จะถูกคัดไว้เป็น พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เมื่อผสมออกมาในชุดต่อไปจะได้ปลาที่เรียกว่า ปลาลูกหม้อ หรือ ปลากัดหม้อ

ที่เรียกว่า ปลาสังกะสี สันนิษฐานว่าน่าจะได้ชื่อมาจากผิวหนังที่หนาแกร่ง ไม่ขาดง่ายเมื่อถูกกัดเหมือนปลาป่า ปลาสังกะสีมักจะตัวใหญ่ มีสีสันลักษณะต่างจากปลาป่า แต่ส่วนมากมีชั้นเชิง และ ความอดทนในการกัดสู้ปลาลูกหม้อไม่ได้

ส่วนที่เรียกว่า ปลาลูกหม้อ นั้น น่าจะมาจากการนำ หม้อดิน มาใช้ในการเพาะ และ อนุบาลปลากัดในระยะแรกๆ ปลาลูกหม้อจึงเป็นปลาสายพันธุ์ที่สร้างมา โดยนักเลงปลาทั้งหลาย เพื่อให้ได้ลักษณะที่ดีสำหรับการต่อสู้ และ มีสีสันที่สวยงามตามความพอใจของเจ้าของ ปลาลูกหม้อมีรูปร่างหนาใหญ่กว่า ปลาป่า และ ปลาสังกะสี ส่วนมากสีจะเป็น สีน้ำเงิน สีแดง สีเทา สีเขียว สีคราม หรือ สีแดงปนน้ำเงิน ครีบหางอาจเป็นรูปมนป้าน หรือ รูปใบโพธิ์ การเล่นปลากัดในสมัยก่อนนั้น ปลาลูกหม้อ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ลูกแท้ และ ลูกสับ ลูกแท้ หมายถึง ลูกปลาที่เกิดจากพ่อแม่ที่มาจากครอกเดียวกัน ส่วน ลูกสับ หมายถึง ลูกปลาที่เกิดจากพ่อแม่ที่ต่างครอกกัน 

4. สายพันธุ์ปลากัดหางสามเหลี่ยม หรือ ปลากัดเดลต้า

โรคของปลากัด

เป็นปลาที่พัฒนาสายพันธุ์มาจาก ปลากัดครีบยาว หรือ ปลากัดจีน โดยพัฒนาให้หางสั้นเข้า และ แผ่กว้างออกไปเป็นรูปสามเหลี่ยม ขอบครีบหางกางทำมุม 45 – 60 องศา กับ โคนหาง และ ต่อมาได้พัฒนาให้ครีบแผ่ออกไปกว้างมากยิ่งขึ้น เรียกว่า ซุปเปอร์เดลต้า ซึ่งมีหางแผ่กางใหญ่กว่าปกติ จนขอบครีบหางด้านบน และ ล่างเกือบเป็นเส้นตรง

5. สายพันธุ์ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีก หรือ ฮาล์ฟมูน

สายพันธุ์ปลากัด hmpk

เป็นปลาที่มีหางแผ่เป็นรูปครึ่งวงกลม โดยขอบครีบหางจะแผ่เป็นแนว เส้นตรง เดียวกันเป็นมุม 180 องศา ได้มีแนวคิด และ ความพยายามในการที่จะพัฒนา ปลากัดสายพันธุ์นี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ในประเทศเยอรมันนี แต่เพิ่งประสบผลสำเร็จเมื่อราวปี พ.ศ. 2530 โดยนักเพาะเลี้ยงปลากัดชาวฝรั่งเศส และ ชาวเยอรมัน ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีกมีลักษณะที่สำคัญ คือ ครีบหางแผ่เป็นรูปครึ่งวงกลม โดยขอบครีบด้านหน้าจะแผ่เป็นแนว เส้นตรง เดียวกันเป็นมุม 180 องศา ครีบด้านนอกเป็นขอบ เส้นโค้ง ของครึ่งวงกลม ก้านครีบหางแตกแขนง 2 ครั้ง เป็น 4 แขนง หรือ มากกว่า ปลาที่สมบูรณ์จะต้องมีลำตัว และ ครีบสมส่วนกัน โดยลำตัวต้องไม่เล็กเกินไป ครีบหางแผ่ต่อเนื่อง หรือ ซ้อนทับกับครีบหาง และ ครีบก้น จนเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน ขอบครีบหางโค้งมนเป็นส่วนหนึ่งของวงกลม เส้นขอบครีบทุกครีบโค้งรับเป็นเส้นเดียวกัน (ยกเว้นครีบอก) ปลายหางคู่ที่แยกเป็น 2 แฉก จะต้องซ้อนทับกัน และ โค้งมนสวยงาม ปลาหางพระจันทร์ครึ่งซีกที่แท้จริงจะต้องมีขอบครีบหางแผ่ทำมุม 180 องศาได้ตลอดไป ถึงแม้ปลาจะอายุมากขึ้นก็ตาม

6. สายพันธุ์ปลากัดหางมงกุฎ หรือ ปลากัดคราวน์เทล

สายพันธุ์ปลากัด Crowtail

เป็นปลากัดที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2543 โดยนักเพาะเลี้ยงปลากัดชาว อินโดเนเซีย เป็นปลากัดสายพันธุ์ใหม่ที่มีหางจักเป็นหนามเหมือน มงกุฎ และ เป็นสายพันธุ์หนึ่งได้รับความนิยมเลี้ยงกันมากในปัจจุบัน ลักษณะสำคัญของปลากัดชนิดนี้คือ ก้านครีบจะโผล่ยาวออกไปจากปลายหาง ลักษณะดูเหมือนหนาม ซึ่งอาจยาวหรือสั้นแตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกับลักษณะการแยกของปลายหนาม และ การแยกการเว้าโคนหนามก็มีหลายรูปแบบ ปลากัดหางมงกุฎที่สมบูรณ์จะมีครีบหาง แผ่เต็มซ้อนทับได้แนวกับครีบอื่นๆ และ ส่วนของหนามมีการจัดเรียงในรูปแบบที่สวยงามสม่ำเสมอ

นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีปลากัดประเภทอื่นๆ เช่น ปลากัดเขมร ที่ใช้เรียกปลากัดที่มีสีลำตัวเป็นสีอ่อน หรือ เผือก และ มีครีบสีแดง ปลากัดหางคู่ ซึ่งครีบหางมีลักษณะเป็น 2 แฉก อาจแยกกันอย่างเด็ดขาด หรือที่ตรงโคนยังเชื่อมติดกันอยู่ก็ได้ รวมทั้งปลากัดที่เรียกชื่อตามรูปแบบสี เช่น ปลากัดลายหินอ่อน และ ปลากัดลายผีเสื้อ

ข้อมูลอ้างอิง เนื้อหา : th.wikipedia.org
ข้อมูลอ้างอิง รูปภาพ : pixabay.com

ช่วยแชร์ด้วยน่ะครับ
Shopping Cart